เที่ยวสงกรานต์ไปทางไหนรถไม่ติด เช็ก “คอลเซ็นเตอร์ทางหลวง” 24 ชั่วโมง

water-dropsa

เที่ยวสงกรานต์ไปทางไหนรถไม่ติด เช็ก “คอลเซ็นเตอร์ทางหลวง” 24 ชั่วโมง

      ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้กรมทางหลวง (ทล.) ได้แนะนำเส้นทางการเดินทางออกสู่ภูมิภาค เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรบนถนนสายหลัก ที่มีผู้ใช้เส้นทางเป็นจำนวนมาก

     เส้นทางสงกรานต์

      เริ่มจาก เส้นทางสู่ภาคเหนือ 6 เส้นทาง เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 31) หรือใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ต่อสายอุตราภิมุข เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ถึงต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) มุ่งสู่อ่างทอง เส้นทางที่ 2 จากถนนรัตนาธิเบศร์ (ทางหลวงหมายเลข 302) เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนตะวันตก (ทางหลวงหมายเลข 9) จนถึงต่างระดับบางปะอินแล้วใช้ถนนเอเซีย เข้าสู่จังหวัดกำแพงเพชร ตาก ลำปาง เชียงใหม่ เส้นทางที่ 3 จากถนนรัตนาธิเบศร์ (ทางหลวงหมายเลข 302) ใช้ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340) ผ่านจังหวัดสุพรรณบุรีไปสู่จังหวัดชัยนาท เข้าถนนเอเซีย เส้นทางที่ 4 จากถนนรามอินทรา (ทางหลวงหมายเลข 304) ใช้ถนนต่างระดับลำลูกกา (ทางหลวงหมายเลข 9) ถึงแยกพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) เลี้ยวซ้ายไปต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนเอเซีย เส้นทางที่ 5 ใช้ถนนพหลโยธิน ไปทางสระบุรี เข้าจังหวัดลพบุรี เข้าสู่อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อมุ่งหน้าจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ เส้นทางที่ 6 จากบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ (ทางหลวงหมายเลข 304) ถึงห้าแยกปากเกร็ด ใช้ถนนติวานนท์ (ทางหลวงหมายเลข 306) เลี้ยวขวาข้ามถนนบางพูน-บางปะหัน (ทางหลวงหมายเลข 347) ผ่านต่างระดับเชียงรากน้อยจนบรรจบถนนเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ที่อำเภอบางปะหัน แล้วเดินทางไป ภาคเหนือ

      ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 7 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 31) หรือใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ต่อสายอุตราภิมุข เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ถึงต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งสู่สระบุรีเพื่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 2 จากถนนรัตนาธิเบศร์ (ทางหลวงหมายเลข 302) เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนตะวันตก (ทางหลวงหมายเลข 9) จนถึงต่างระดับบางปะอินแล้วใช้ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งสู่สระบุรี เส้นทางที่ 3 จากถนนรามอินทรา (ทางหลวงหมายเลข 304) ใช้ถนนต่างระดับลำลูกกา (ทางหลวงหมายเลข 9) ถึงแยกพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) เลี้ยวขวาเพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 4 จากบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ (ทางหลวงหมายเลข 304) ถึงห้าแยกปากเกร็ด ใช้ถนนติวานนท์ (ทางหลวงหมายเลข 306) เลี้ยวขวาข้ามถนนบางพูน-บางปะหัน (ทางหลวงหมายเลข 347) ผ่านต่างระดับเชียงรากน้อยจนบรรจบถนนเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ที่ อำเภอบางปะหัน เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งสู่สระบุรี เส้นทางที่ 5 จากต่างระดับรังสิต ไปตามถนนรังสิต-องครักษ์ (ทางหลวงหมายเลข 305) ผ่านทางต่างระดับธัญบุรี ตรงไปจังหวัดนครนายก กบินทร์บุรี เพื่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเส้นทางที่ 7 จากถนนรามอินทรา ใช้ถนนรามอินทรา-สุวินทวงศ์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านฉะเชิงเทรา พนมสารคาม กบินทร์บุรี ปักธงชัย เข้าสู่ถนนมิตรภาพ (สาย 2) ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

       ภาคตะวันออก มี 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 ไปตามถนนบางนา-บางปะกง (ทางหลวงหมายเลข 34) จนถึง กม.39 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกรุงเทพ-ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 7) ที่ต่างระดับบางควาย มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก เส้นทางที่ 2 จากถนนศรีนครินทร์ (ทางหลวงหมายเลข 3344) ใช้ทางหลวงพิเศษกรุงเทพ-ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 7) มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก เส้นทางที่ 3 จากถนนรามอินทรา (ทางหลวงหมายเลข 304) ใช้ถนนสุวินทวงศ์  (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่าน จ.ฉะเชิงเทรา เข้าทางหลวงหมายเลข 314 แล้วใช้ทางหลวงพิเศษกรุงเทพ-ชลบุรี (สาย 7) มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก

      เส้นทางสู่ภาคใต้ มี 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35 : ถนนพระราม2) เข้าถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เดินทางสู่จังหวัดภาคใต้ เส้นทางที่ 2 ใช้ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อเข้าสู่จังหวัดภาคใต้ และเส้นทางที่ 3 จากขนส่งสายใต้ใหม่ ใช้ถนนบางกอกน้อย-นครชัยศรี (ทางหลวงหมายเลข 338) เข้านครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สู่จังหวัดภาคใต้

      นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดี ทล. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้แขวงการทางทุกแห่ง ออกตรวจตราดูแลสภาพถนนในพื้นที่ให้เรียบร้อย รวมถึงติดตั้งป้ายบอกทาง ป้ายแนะนำ ป้ายเตือน และป้ายบอกเส้นทางเลี่ยงตามจุดต่าง ๆ ให้ประชาชนสามารถเลือกใช้เส้นทางได้สะดวก ซึ่งจะมีป้ายบอกเป็นระยะ เพื่อให้สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ยังได้แจกแผ่นพับแผนที่แนะนำเส้นทางต่าง ๆ ทั่วประเทศ บริเวณเต็นท์สีเหลืองซึ่งเป็นเต็นท์บริการของ ทล. ทั้งนี้ร่วมมือกับตำรวจทางหลวงในการดูแลจัดการจราจรตามเส้นทางถนนสายหลัก ขาออกระหว่างวันที่ 11-12 เม.ย. และขาเข้าวันที่ 16 เม.ย. โดยเฉพาะที่ทางแยกต่างระดับบางปะอิน และแถวมวกเหล็ก พุแค ของสายอีสาน รวมถึงบนถนนสาย 304 ช่วงวังน้ำเขียว ที่เป็นทางขึ้นเขาที่มี 2 ช่องจราจรสวนกัน จะร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลไม่ให้มีการแซงกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

      ส่วนเส้นทางลงสายใต้ จะมีปัญหาการจราจรที่แยกวังมะนาว จังหวัดเพชรบุรี ขณะที่สายเหนือมีปัญหาการจราจรติดขัดน้อย เพราะมีเส้นทางเลือกมาก เป็นห่วงจุดเดียวที่ตัวเมืองนครสวรรค์   ปีนี้ ทล.ได้ติดตั้งกล้องซีซีทีวีบนทางหลวงสายหลัก 24 จุด ในพื้นที่ที่มักมีปัญหาการจราจรทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบสภาพการจราจร และสามารถรายงานสภาพการจราจรออนไลน์ แบบเรียลไทม์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถติดตามข้อมูลได้ที่ http://maintenance.doh.go.th/ems/rss/feed.xml

      นอกจากนี้ยังมีสายด่วนคู่ใจเพื่อนเดินทาง ของกรมฯ คอลเซ็นเตอร์หมายเลข 1586 ที่ประชาชนที่กำลังจะออกเดินทางสามารถโทรศัพท์ไปสอบถามสภาพการจราจรได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้สามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ขอย้ำว่าควรโทรฯสอบถามก่อนออกเดินทางจึงจะได้ประโยชน์ อย่าโทรฯตอนรถติดแล้ว เพราะจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางได้ทัน   ทั้งนี้ตำรวจเน้นย้ำขอให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เดินทาง-ท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ.

ที่มา : ประพิม เก่งกรีฑาพล นสพ.เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 8 เมษายน 2556 เวลา 08:43 น.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s