“ศาลาไทย” ในมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิสเบียนนาเล่ ครั้งที่ 55

water-dropsa

“ศาลาไทย” ในมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิสเบียนนาเล่ ครั้งที่ 55

art1

          มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่  จัดขึ้นประจำทุกๆ 2 ปี ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2438 (30 เมษายน ปี ค.ศ. 1895) นับเป็นงานแสดงศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดงานหนึ่ง และได้รับการยกย่องอย่างสูงในวงการศิลปะโลก มีผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกเป็นจำนวนนับล้านคน  ในปี พ.ศ. 2546 ประเทศไทยได้รับเชิญให้เป็นประเทศสมาชิกของมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติเป็นครั้งแรก ส่งผลให้เกิดการเชื่อมต่อความสัมพันธ์ผ่านศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย ของศิลปินไทยรุ่นใหม่กับวงการศิลปะระดับนานาชาติ -1 ในปี พ.ศ. 2556 มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน –  24 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งเป็นการแสดงงานครั้งที่ 55 (55th International Art Exhibition) ภายใต้หัวข้อหลักของเทศกาลคือ The Encyclopedic Palace ทั้งนี้ ศิลปินสองท่านที่ได้ถูกคัดเลือกจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยในการนำเสนอผลงานศิลปะร่วมสมัย ได้แก่ วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ และ อริญชย์ รุ่งแจ้ง พร้อมด้วยทีมภัณฑารักษ์ วรเทพ อรรคบุตร และ เพ็ญวดี นพเกตุ มานนท์ ภายใต้หัวข้อ Poperomia / Golden Teardrop

          ผลงานที่สร้างขึ้นใหม่ของทั้งสองศิลปิน นำเสนอหลากแนวคิดและมุมมองของคำว่า “ครัวไทย” ต่อเวทีศิลปะระดับโลก ผ่านการทำงานด้านสื่อวีดีโอจัดวาง ประติมากรรม และเนื้อหาที่แตกต่างกันตามความสนใจส่วนตัว ทั้งในเชิงสังคม ประวัติศาสตร์ และเรื่องราวส่วนบุคคล วศินบุรี และ อริญชย์ มุ่งสำรวจและเปิดแง่มุมเกี่ยวกับปรากฏการณ์ร่วมสมัย อันเต็มไปด้วยความทับซ้อนและซับซ้อนทางวัฒนธรรม ภายใต้ยุคโลกาภิวัตน์ ท่ามกลางการหมุนเวียนและถาโถมของข้อมูลข่าวสาร ซึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อทัศนคติของแต่ละปัจเจกชน

2

          ภายใต้กรอบแนวคิดของ“ครัวไทย” ในมุมมองของ วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ นำเสนอผลงานซึ่งเป็นการตั้งคำถามเชิงโครงสร้าง ต่อแก่นรากของความเป็นสังคมเกษตรกรรมในบริบทดั้งเดิมของสังคมไทย ซึ่งดูเหมือนค่อยๆถูกดูดกลืนโดยสภาวะแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมร่วมสมัยในปัจจุบัน ผลงาน Poperomia โดยวศินบุรีจงใจท้าทายจินตนาการและการรับรู้ของผู้ชม ในแง่ของการทับซ้อนทางวัฒนธรรมร่วมสมัยแบบองค์รวม ผ่านผลงานประติมากรรมอันหลากหลาย วิดีโอจัดวาง การมีส่วนร่วม และการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมกับผลงาน ภายใต้บรรยากาศการจำลองภาพของสังคมร่วมสมัยที่อัดแน่นไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจ ภายใต้รูปแบบวัฒนธรรมกระแสนิยม ทว่าซ่อนไว้ซึ่งภาพสะท้อนของความเป็นจริง อันมีรากเหง้าแห่งความเป็นสังคมเกษตรกรรมในบริบทดั้งเดิม ซึ่งเป็นพื้นฐานอันแข็งแกร่งของสังคมไทยมาแต่ช้านาน

3

          ดินและอิฐที่ศิลปินนำมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมต่างมีส่วนประกอบเฉพาะและมีเอกลักษณ์ของความเป็นพื้นถิ่นสีสันของไหมพรมถูกเลือกเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของความไม่หยุดนิ่งในสังคมกระแสนิยมเช่นปัจจุบันการสร้างให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมและผลงานโดยการพันไหมพรมบนอิฐแต่ละก้อนแล้วนำไปวางบนพื้นที่ภายในห้องนิทรรศการจงใจกระตุ้นให้เกิดบริบทเฉพาะของการมีส่วนร่วมในการสร้างหรือพัฒนาสิ่งๆหนึ่งสู่ความเป็นสิ่งใหม่ก่อให้เกิดการรับรู้หรือความเข้าใจในรอยต่อของแต่ละพัฒนาการ ณ ขณะของการปูไหมพรมทีละเส้นลงบนอิฐแต่ละก้อน นอกจากนั้นในพื้นที่เดียวกัน วีดิโอเรื่อง ทองปาน ภาพยนตร์กึ่งสารคดีที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2519 เกี่ยวกับชาวนาอีสานที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างเขื่อนผามอง เพื่อการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลาง ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อขมวดเนื้อหาของผลงาน Poperomia ด้วยแนวคิดเชิงสังคมของภัณฑารักษ์ เพ็ญวดี นพเกตุ มานนท์ โดยการสร้างบทสนทนาล้อเลียนเชิงสัญลักษณ์กับภาพจำลองของสังคมร่วมสมัย ว่าด้วยการพัฒนาทางสังคมอันมีความพยายามที่จะเดินหน้าร่ำไป แต่ในมุมหนึ่งกลับมีทีท่าของการยืนย่ำอยู่กับที่ ซ้ำยังถูกแทรกซึมไปด้วยวิถีแห่งวัฒนธรรมกระแสนิยม เช่นในปัจจุบัน

          4

          ท้ายที่สุด ผลงาน Poperomia ตั้งใจนำเสนอให้เกิดความหลากหลายทางการรับรู้ ความคิดและจินตนาการ เพื่อตั้งคำถามเกี่ยวกับการเข้าถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ภายใต้สังคมร่วมสมัยในปัจจุบัน

         ส่วนการตีความประวัติศาสตร์การเดินทางของขนมหวาน ที่โยงไปถึงบ่อเกิดรสชาติซึ่งคุ้นลิ้นชินปากไปทั่วโลก จากความละเมียดละมัยตามตำรับ “ครัวไทย” ยังสัมผัสได้ผ่านผลงาน Golden Teardrop ของ อริญชย์ รุ่งแจ้ง ซึ่งอริญชย์เสนอเกร็ดประวัติและเรื่องเล่าเกี่ยวกับขนมหวาน ลูกผสมระหว่างโปรตุเกส-ญี่ปุ่น ที่กลายสัญชาติมาเป็นขนมหวานประจำ ‘ครัวไทย’ นับตั้งแต่  กลางศตวรรษที่ 17 โดยหญิงเลือดผสมโปรตุเกส-ญี่ปุ่น-เบงกาลี ที่จรดจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ อาหารไทยนาม ‘ท้าวทองกีบม้า’ ผลงานชิ้นนี้ร้อยเรียงการเดินทางข้ามมหาสมุทร และย่นย่อยุค สมัยนานกว่าห้าศตวรรษ ในการแสวงหารสชาติจากวัตถุดิบอันเลอค่าดั่งทองอย่างน้ำตาล ซึ่งกลับกลายเป็นส่วนประกอบหลักของขนม ‘ทองหยอด’

5

          ศิลปินนำเสนอผลงานผ่านวีดีโอจัดวางยาวกว่า28 นาที คู่กับประติมากรรมรูปโคมระย้าทรงกลม (Chandelier) ประกอบจากเม็ดทองหยอด หล่อจากทองเหลืองกว่า 6,000 เม็ด ผลงานวีดีโอ Golden Teardrop กอปรขึ้นทั้งจากการเล่าทวน ถึงเรื่องราวของครอบครัวที่เผชิญความลำบาก คราวสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมไปกับการสาธิต ขั้นตอนทำขนมทองหยอดโดย ‘ฮิซาโกะ’ หญิงสาวชาวญี่ปุ่น-คู่รักของเพื่อนศิลปินเอง การหล่อ ประติมากรรม ‘ทองหยอด‘ ที่โรงหล่อโชติโก ฯลฯ รวมถึง  ‘ฟอลคอน’ นักผจญภัยชาวกรีกที่ เดินทางมาสยาม เมื่อค.ศ. 1675 เพื่อทำการค้ากับบริษัท บริทิช อีสต์ อินเดีย รวมถึงเรื่องราวของ ‘ทองหยอด’ อันรู้จักแต่แรกในชื่อ โอโวส โมเลส (Ovos Moles) หรือขนมไข่นุ่ม ซึ่งคิดค้นโดย แม่ชีในโบสถ์คอนแวนต์ออฟจีซัส แห่งอะไวโร่ เพื่อนำเสนอความไม่ลงรอยและประดักประเดิด เป็นส่วนเสี้ยว และกระท่อนกระแท่น ของประวัติศาสตร์ ผ่านการเดินทางของน้ำตาล การค้าทาส ชะตากรรมอันน่าสลดของคนตัวเล็กๆ ที่ อยู่เบื้องหลังขนมหวานเชื้อสายญี่ปุ่น-โปรตุเกส อย่างทองหยอด

6

          Golden Teardrop สะกิดความสงสัยและปลุกเร้าคำถามไปยังผู้ชมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ที่บ้างก็บรรจบ บ้างก็ปะติดปะต่อ บางทีก็สะดุด กระจายผ่านการเล่าเรื่องด้วยการรวบรวมข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ ความทรงจำ เรื่องเล่า เกิดการเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน สะกิดความทรงจำอันแตกเป็นเสี้ยวส่วนให้ประชิดกัน จนในที่สุดก็จะนำไปประกอบและตีความขึ้นใหม่ผ่านตรรกะและพื้นเพ ภายในคนดู

        ทั้งนี้ ผลงานของทั้งสองศิลปินได้ถูกติดตั้งเสร็จสิ้น และมีการจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2556 ณ ศาลาไทย เลขที่ Santa Croce, n° 556 (ตรงข้ามสถานนีรถไฟ Santa Lucia) เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี่ ด้วยความร่วมมือและแรงสนับสนุนจาก ทีมงานทุกฝ่าย ทีมที่ปรึกษา กลุ่มคนไทยในเวนิส และสำนักงานศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ด้วยความคาดหวังเพียงเพื่อนำเสนอผลงานคุณภาพของศิลปินร่วมสมัย รวมถึงแนวคิด ทัศนคติ และมุมมองอันเป็นปัจจุบันต่อศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย ให้เป็นที่ยอมรับ สามารถเชื่อมต่อ และต่อยอดกับเวทีศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ในอนาคต

เรื่องโดย เพ็ญวดี นพเกตุ มานนท์ ภาพโดย กรกฤช เจียรพินิจนันท์ และเพ็ญวดี นพเกตุ มานนท์

ที่มา : นสพ. มติชน วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556 เวลา 21:30:14 น.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s